วิกฤติผู้ป่วยหัดในฟิลิปปินส์พุ่งเกิน 14,000 ตายเกิน 200

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดในฟิลิปปินส์ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่มากกว่า 200 คน และติดเช้อมากกว่า 14,000 คน เฉพาะเมื่อเดือนที่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดอย่างเป็นทางการในประเทศเฉพาะเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา อยู่ที่อย่างน้อย 238 คน และจำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 14,938 คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยพื้นที่วิกฤติที่สุดยังคงเป็นเขตเทศบาลกรุงมะนิลา ซึ่งมีการประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ด้านกระทรวงสาธารณสุขยังคงเดินหน้าแคมเปญบริการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยเป้าหมายหลักคือเด็กเล็กอายุระหว่าง 1 ปีถึง 4 ปีซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด
 
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฟิลิปปินส์ยอมรับว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงปฏิเสธการฉีดวัคซีนหรือให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด แม้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 50 คนเมื่อปี 2560 เป็น 200 คนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหนึ่งในปัจจัยดังกล่าวเป็นผลจากกรณีอื้อฉาววัคซีน “เดงวาเซีย” ( ซีวายดี-ทีดีวาย ) สำหรับป้องกันไข้เลือดออกจากไวรัสเดงกี่ ที่ผลิตโดยบริษัทซาโนฟี ผู้ผลิตยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ระดับโลกจากฝรั่งเศส หลังมีการตรวจพบว่าวัคซีนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงถึงขั้นเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตกับผู้ป่วย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คนเมื่อช่วงปี 2560 และรัฐบาลมะนิลาประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าจะดำเนินคดีกับซาโนฟีด้วย